| กฎหลักของมารยาทเน็ต (1) |
|
|
หมายเหตุ - ดัดแปลงจาก http://www.albion.com/netiquette/corerules.html คัดลอกจากหนังสือ มารยาทเน็ต (Netiquette) โดย เวอร์จิเนีย เชีย แปลและเรียบเรียงโดย สฤณี อาชวานันทกุล เครือข่ายพลเมืองเน็ต (http://thainetizen.org) ในการเสวนากล้วยน้ำไทวิชาการ หัวข้อ "กติกาพลเมืองชาวเน็ต" จากแนวปฏิบัติสู่จารีตประเพณีจนถึงกฎหมายลายลักษณ์อักษร เมื่อเร็วๆ นี้ ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล้วยน้ำไท ![]() มารยาทเน็ต (netiquette) คืออะไร? พูดง่ายๆ มารยาทในการสื่อสารแบบเครือข่าย หรือไซเบอร์สเปซ คำว่า "มารยาท" หมายถึงกิริยาอาการที่พึงประพฤติปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคม กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มารยาทเน็ตคือชุดวิธีประพฤติตนที่เหมาะสมเมื่อคุณใช้อินเตอร์เน็ต เมื่อคุณต้องเจอกับวัฒนธรรมใหม่ๆ และโลก ไซเบอร์สเปซก็มีวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง จะต้องยอมรับว่าอาจทำผิดพลาดไปบ้าง เช่น อาจไปละเมิด ผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ หรืออาจเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดแบบผิดๆ และต่อว่าคนพูดโดยไม่ได้เจตนา สิ่งที่แย่กว่านั้นอีกคือ ไซเบอร์สเปซมีลักษณะอะไรบางอย่างที่ทำให้เราลืมไปว่า เรากำลังมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริงๆ ไม่ใช่แค่รหัสตัวอักษร (ASCII) ที่ปรากฏบนจอ ดังนั้น คนใช้อินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะผู้ใช้รายใหม่ที่มีเจตนาดี ก็อาจทำผิดพลาดได้หลายรูปแบบ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะลืมไปว่ากำลังสื่อสารกับคนจริงๆ อีกส่วนเพราะไม่รู้ธรรมเนียมปฏิบัติในโลกนี้ หัวข้อมารยาทเน็ตนี้มีจุดประสงค์ 2 ส่วน คือ เพื่อช่วยลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากผู้เล่นอินเตอร์เน็ตมือใหม่ให้เหลือน้อยที่สุด และช่วยให้ผู้ท่อง อินเตอร์เน็ตที่มีประสบการณ์ช่วยผู้เล่นมือใหม่ได้ สมมติฐานนี้คือ คนส่วนใหญ่น่าจะอยากหาเพื่อน ไม่อยากสร้างศัตรู และถ้าทำตามกฎพื้นฐานไม่กี่ข้อ จะมีโอกาสทำผิดแบบเสียเพื่อนน้อยลง
กฎข้อที่หนึ่ง อย่าลืมว่ากำลังติดต่อกับคนที่มีตัวตนจริงๆ จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนที่คุณอยากให้คนอื่นปฏิบัติต่อคุณ เป็นบทท่องจำแสนง่าย ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา ต้องไม่ทำร้ายความรู้สึกของคนอื่นด้วย ในโลกไซเบอร์สเปซ กฎนี้เป็นมากกว่าธรรม เนียมทั่วไป เพราะเมื่อติดต่อสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต สิ่งเดียวที่คุณเห็นคือจอคอมพิวเตอร์ ไม่มีโอกาสแสดงออกทางสีหน้า ท่าทาง และน้ำเสียงเพื่อสื่อความหมาย คุณทำได้แต่เขียนออกไปเท่านั้น เมื่อคุณติดต่อกันทางออนไลน์ ไม่ว่าด้วยอี-เมล หรือโต้ตอบผ่านกระทู้ คุณอาจจะเข้าใจความหมายของคนที่คุยด้วยผิดไป อาจลืมไปว่าเขาก็เป็นคนและมีความรู้สึกเหมือนกัน เรื่องนี้อันที่จริงเป็นตลกร้าย เพราะเครือข่าย อินเตอร์เน็ตทำให้คนที่ไม่เคยพบเจอกันมารู้จักพูดคุยกันได้ แต่มันก็ห่างเหินเกินกว่าที่จะเหมือนกับเวลาพูดคุยกับคนจริงๆ คนที่คุยกันทางอี-เมลเปรียบเสมือนคนขับรถ ที่มักจะด่าทอต่อว่าคนขับรถคันอื่นๆ ทำท่าทางลามกหยาบโลนใส่กัน และทำตัวป่าเถื่อนโดยรวม คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่ทำตัวแบบนั้นเวลาอยู่ที่ทำงานหรือบ้าน แต่ดูเหมือนว่าการมีเครื่องจักรกลอะไรสักอย่างมาคั่นกลางทำให้พวกเขายอมรับพฤติกรรมเหล่านั้นได้ สิ่งที่มารยาทเน็ตบอกเราก็คือ จริงๆ แล้วพฤติกรรมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ จริงอยู่เราใช้อินเตอร์เน็ต เพื่อสื่อความรู้สึกและความคิดเห็นอย่างอิสระ ออกสำรวจโลกใหม่ๆ และไปในที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน แต่อย่าลืมกฎข้อสำคัญ นั่นคือ คนที่เจอในอินเตอร์เน็ตนั้น ก็เป็นคนจริงๆ เหมือนกับคุณนั่นแหละ เราจะพูดอย่างนั้นตรงๆ ต่อหน้าเขาหรือเปล่า? กาย คาวาซากิ นักเขียนและนักรณรงค์เครื่องแมคอินทอช เล่าเรื่องที่เขาได้รับอี-เมลจากคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่ไม่เคยเจอ เนื้อความต่อว่ากายว่า เขาเป็นนักเขียนที่ห่วยแตก ไม่มีอะไรน่าสนใจจะสื่อ อี-เมลนั้นหยาบคาย แต่โชคร้ายที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นตลอดเวลาบนโลกอินเตอร์เน็ต มันอาจเป็นเพราะคุณรู้สึกว่ามีอำนาจพิเศษ ที่สามารถส่งอี-เมลโดยตรงไปหานักเขียนที่มีชื่อเสียงได้ และอาจจะจริงที่คุณไม่ต้องเห็นเขาทำหน้ายับย่นด้วยความหดหู่ตอนที่อ่านอี-เมลของคุณ แต่ไม่ว่า เหตุผลที่แท้จริงคืออะไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้นบ่อยมากอย่างไม่น่าเชื่อ กายเสนอบททดสอบชุดหนึ่งให้ลองทำ ก่อนจะส่งอี-เมลหรือโพสท์ข้อความบนอินเตอร์เน็ตให้ตัวเองว่า ถ้าเจอกันต่อหน้าคุณจะพูดแบบนี้กับเขาหรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่ ก็จงแก้ข้อความนั้นแล้วอ่านใหม่อีกครั้ง ทำแบบนี้ซ้ำๆ จนคุณรู้สึกว่าไม่ลำบากใจที่จะพูดแบบนี้กับใครแล้ว จึงค่อยส่ง แต่ถ้าคุณเป็นพวกที่ชอบพูดอะไรหยาบคายรุนแรงต่อหน้าคนอื่นเพื่อความสะใจ ก็คงต้องไปอ่านหนังสือประเภทสมบัติผู้ดี เพราะมารยาทเน็ตช่วยอะไรคุณไม่ได้ เวลาที่คุณติดต่อสื่อสารผ่านอี-เมลหรือโพสท์กระทู้ คุณต้องพิมพ์สิ่งที่ต้องการสื่อลงไป และมันมีโอกาสที่คนจะบันทึกสิ่งที่คุณเคยเขียนเอาไว้ โดยที่คุณไม่สามารถควบคุมได้ พูดอีกอย่างคือ สิ่งที่คุณเขียนนั้นมีโอกาสกลับมาหลอกหลอนคุณได้ในอนาคต ดังนั้น พยายามอย่าก้าวร้าว ถึงคุณจะไม่อยากก่ออาชญากรรม ก็ควรอยากระมัดระวังตัว ข้อความอะไรที่ส่งอาจถูกเก็บไว้หรือส่งต่อได้ เแล้วก็ไม่อาจควบคุมได้อีกว่ามันจะไปไหนต่อ กฎข้อที่สอง การสื่อสารออนไลน์ให้ยึดมาตรฐานความประพฤติเดียวกับการสื่อสารในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่มักจะเคารพกฎหมาย ไม่ว่าจะด้วยนิสัยหรือเพราะกลัวโดนจับก็ตาม แต่ในโลกเน็ต โอกาสถูกจับมีน้อย และบางทีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมักลืมว่าอีกฝ่ายที่กำลังคุยด้วยเป็นคนที่มีตัวตนจริงๆ จึงปฏิบัติต่อกันโดยมีมาตรฐานทางศีลธรรมต่ำกว่าในโลกจริง ถ้าเรื่องนี้เกิดจากความสับสนก็ยังพอเข้าใจได้ แต่คนพวกนี้ก็เข้าใจผิดอยู่ดี มาตรฐานของพฤติกรรมบนโลกอินเตอร์เน็ตอาจแตกต่างจากโลกความจริงในบางเรื่อง แต่มันไม่ได้ต่ำกว่าแน่นอน เรื่องนี้ เกี่ยวกับมารยาท ไม่ใช่ศีลธรรม จงปฏิบัติตามแบบแผนที่ยึดถือในชีวิตจริง การแหกกฎเป็นมารยาทที่แย่ ถ้าคุณอยากจะทำอะไรผิดกฎหมายในไซเบอร์สเปซ สิ่งที่คุณกำลังจะทำนั้นก็น่าจะผิดมารยาทด้วย จริงอยู่ที่กฎหมายบางข้อคลุมเครือซับซ้อน ยากที่จะปฏิบัติตามได้ และในบางกรณีเราก็ยังถกกันไม่ตกว่าจะนำกฎหมายไปประยุกต์ใช้ในโลกไซเบอร์สเปซได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น กฎหมายเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว และกฎหมายลิขสิทธิ์ นี่เป็นคู่มือมารยาท ไม่ใช่คู่มือกฎหมาย แต่มารยาทเน็ตก็เรียกร้องให้คนปฏิบัติต่อกันและกันอย่างดีที่สุดภายใต้กฎหมายของสังคมและไซเบอร์สเปซ
|
|