Contact

Concert Thai ในอเมริกา ใครได้ใครเสีย ? Print
User Rating: / 5
PoorBest 

ในอีกไม่นานนัก ศิลปินขวัญใจชาวไทยหลายคน หลายกลุ่ม จะตบเท้าก้าวเข้ามาในอเมริกา เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับกลุ่มคน ทุกเพศ ทุกวัย ไม่แปลกใจเลยที่หลายๆคนคงตั้งตารอการมาพร้อมเสียงเพลง และการแสดงสดของพวกเขาเห่ลานั้น  รอที่จะกรีดร้องให้การต้อนรับ รอที่จะร้องเพลงไปพร้อมกับพวกเขา  และก็ไม่แปลกใจเลยที่ผู้จัด Concert  ในอเมริกา แทบทุกรัฐ ต้องงัดเอาเครื่องคิดเลขมา บวก ลบ คูณ หาร ว่าจะได้กำไร หรือขาดทุน กับ ศิลปินคนหรือกลุ่มนั้น                                       

 

เรามาดูขั้นตอนกันดีกว่าว่าเขาทำกันอย่างไร  กว่าที่จะได้มี Concert ดีๆ ให้เราดูกัน                                                            

 

  

1 ศิลปิน ..... ต้องมีการโหวตก่อนว่า ถ้าผมนำมาแสดงแล้ว จะมีคนมาดู  อันนี้บางทีก็ไม่ประสบความสำเร็จ บางทีก็โชคดีประสบความสำเร็จมากกว่าที่ตั้งไว้ เพราะคนดูต้องรู้จักเพลงของศิลปินนั้นพอสมควร  รู้จัก 5-10เพลงขึ้นไป แน่นอน คนดูจะตัองมาเยอะ  แต่ถ้ารู้จักเพียง 1-5 เพลง ผู้จัดก็ควรพิจราณาให้มากกว่าเดิม                                             

 

2 ค่าจ้าง....ดูว่าศิลปินจะเรียกเท่าไร อันนี้สำคัญมาก เพราะจะเป็นส่วนประกอบของการตั้งราคาบัตรที่จะขายด้วย                 

 

3 สถานที่...ที่ไหนดีเอ่ย สวยๆแต่ก็แพง โทรมๆก็ไม่เหมาะกับศิลปิน ที่เก่ากลัวคนจะเบื่อ ที่ใหม่คนไปไม่ถูก  หรือไม่แบ่งสรรปันส่วนกับผู้จัดไม่ยุติธรรม คิดค่าที่แพงเกินไปบวกค่าบัตรไปแล้ว คนจะไม่มาดู                                                     

 

4 ผู้สนับสนุน....ตอนนี้ผู้จัดก็ต้องออกงานบ่อยหน่อยครับ ไปตามร้านอาหารดังๆ หรือร้านที่ต้องการโปรโมทร้าน  หรือร้านที่ผู้จัดรู้จักก็จะได้ผู้สนับสนุนง่ายขึ้น   ทำไมต้องมีผู้สนับสนุน ?  แบบนี้ครับ...ศิลปินก็คนเราๆนี้แหละ เขาก็ต้องทาน อาหารแต่มื้อนึงก็หลายตังค์ครับ ไม่ว่าก่อนหรือหลังแสดง  ผู้สนับสนุนนี่แหละครับที่ให้ผู้จัดพาศิลปินของเราไปนั่งทานอย่างอร่อย  และก็เป็นส่วนตัวด้วย (แบบว่าเป็นความลับเลย ยิ่งก่อนการแสดง อย่าหวังจะได้เห็นเงาศิลปินครับ)  หรือผู้สนับสนุนบางรายก็ให้เงินกับผู้จัดเลย แล้วเอาโลโก้ของร้านไปติดที่สถานที่แสดง หรือให้ศิลปินกล่าวขอบคุณบนเวทีเลย

 

5 วันแสดง.....จันทร์-ศุกร์ ส่วนใหญ่เลิกคิดไปเลย ดีที่สุดวันเสาร์ บางทีก็วันอาทิตย์ บางที่ก็พฤหัสหรือศุกร์  แล้วแต่กลุ่มคนที่ผู้จัดตั้งเป้าหมายไว้ ถ้าเป็นกลุ่มผู้ใหญ่ก็ต้องวันเสาร์  ถ้าเป็นกลุ่มวัยรุ่นก็ดูตามสถานการณ์ของวันอาทิตย์นั้นว่า ถ้าจัดตรงกับวันหยุดก็ยิ่งดี เช่น ถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุดก็สบายไปสำหรับคนดูและผู้จัด

 

6 การโปรโมท.....อัดกันเข้าไป Facebook , Hi5 , E-mail  โปสเตอร์ แต่อันสุดท้ายไม่ค่อยเห็นกันบ่อยเพราะ ทุนสูง และผู้จัดเกี่ยงกันไปติดตามร้านต่างๆ เพราะต่างก็มีงานประจำต้องทำ  โปรโมทนานก็ใช่ว่าจะดีนะครับ  แทบจะทุกงานเลยสำหรับคนไทยในดีซี (ที่อื่นไม่ทราบครับ) คำติดปากจากคนดูว่า.....ดูก่อน...ไม่รู้ว่าลางานได้ป่าว....ไม่รู้เพื่อนไปกันรึปล่าว...เลิกงานดึก พอใกล้วันแสดงครับ  โทรหาบัตรกันจ้าละหวั่น ผู้จัดบางรายก็รับสายได้ บางรายก็ยุ่งกับงานไม่รับสายเลย  ยิ่งวันแสดงครับ โทรกันเข้ามาไม่ขาดสายเลยก็มี  เลยไม่รู้จะโปรโมทไปทำไม่เนิ่นๆ แต่บางที่โปรโมทไป 1 เดือนแล้วบางคนก็ไม่รู้เลยว่าศิลปินที่ตนชอบสุดๆมาแสดง  ก็ไม่รู้จะช่วยยังไงครับพี่น้อง

 

 

7 ราคาบัตร....เท่าที่เห็นมาก็เริ่มจาก $25-$350 บอกแล้วว่าอยู่ที่ ค่าตัวศิลปิน ค่าสถานที่ 2 อย่างแรกเลย ที่เป็นตัวกำหนดค่าตั๋วของการแสดงในแต่ละครั้ง  บางทีก็มีแบบซื้อก่อนได้ราคาถูกกว่าหน้างาน เพื่อเป็นการจูงใจผู้ชม  ใช่ว่าราคาถูกแล้วจะมีคนซื้อนะ   ไปอ่านข้อ 1 อีกที

 

ยังมีอีกหลายๆอย่างที่เป็นส่วนประกอบ เช่น ค่าที่พัก ค่าเครื่องเสียง  ค่าจ้างพนักงาน (มีน้อยส่วนใหญ่มาช่วยกัน)  ค่าเช่าเครื่องดนดรี  ค่าอุปกรณ์แสง  อีกมากมายครับ   ก็น่าเห็นใจผู้จัดอยู่ครับ เหนื่อยมากกว่าจะมาเป็น Concert ให้เราได้ดูกัน  บ้างก็กำไร บ้างก็ขาดทุน  เอาเป็นว่า ใครชอบใครก็เก็บตังค์หยอดกระปุกไว้ละกันครับ  หลังวันแสดงแล้วเราก็จะรู้เองว่า ใครได้ใครเสีย.....................................................

 

                                             เด็กปทุม.

 
Copyright © 2010. konthaiusa.com by Kittinut Sangsri